| Article Index |
|---|
| How to start CCTV |
| Lens CCTV Chapter |
| HousingCCTV |
| Pan & Tilt unit |
| All Pages |
I mention this camera is a factor of 6 . We have to watch out for themselves more and more. I refer to the man who use law . Please Take care yourselves
.. Sorry now we translate yet.
ตอนนี้ ตามบ้านเรือน ร้านค้า ร้านทอง บริษัท ห้างร้าน มีความจำเป็นที่ต้องติด กล้องวงจรปิด เพือป้องกัน ป้องปราม และ ต้องการใช้เป็น
หลักฐานหากโชคร้ายมาถึงคุณ แต่ คราวนี้หล่ะ กล้องที่คุณติดไว้ จะใช้งานได้จริง หรือใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการตามจับผู้ร้าย ได้ไหม นี่สิ
เป็นเรื่องน่าคิด เพราะติดกล้องแล้วเสียตังค์ เยอะ แต่ทำอะไรไม่ได้ ก็มีเยอะครับ
เอ่ยไร้สาระ มาตั้งนาน จะรู้ไหมเนี่ยว่าเริ่มต้นแบบไหน หรือยังไง หาพ่อคุณ!! โอเค ๆ ยอม แล้วครับ แน่นอนสำหรับกล้องวงจรปิด เริ่มต้นต้องมี
กล้อง และ สายสัญญาณ เครื่องบันทึก แค่นี้ครับ ก็สำเร็จเป็นระบบกล้องวงจรปิด .. ง่ายไปไหมครับ
หน้าตา แต่ละประเภทกล่าวมาครับ ดูรูปประกอบ
กล้องชนิดต่าง ๆ
เริ่มที่กล้องกันก่อนเลยครับ กล้องในท้องตลาดแบ่งออกได้หลากหลายชนิดครับ โดยหลักใหญ่ ๆ แบ่งได้ดังนี้
1. กล้องมาตราฐาน (CS-mount)
2. กล้องอินฟราเรด (IR Camera)
3. กล้อง IP (IP Camera)
4. กล้องสปีดโดม (Speed Dome Camera)
ประเภทกล้องที่แยกตามการกินแสง (illumination) ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ตามนี้ครับ
กล้องสำหรับดูภาพบริเวณที่มีแสงสม่ำเสมอ เช่น ในออฟฟิศที่มีแสงไฟฟลูออเรสเซ้นต์ตลอดเวลา กล้องประเภทนี้โดยทั่วไปมักมีค่าการกินแสงประมาณ 0.5 lux ขึ้นไปครับ ตัวกล้องจะต้องการแสงค่อนข้างมากเพื่อใช้ในการมองภาพ ดังนั้นในช่วงกลางคืน หรือช่วงที่มีแสงน้อย กล้องแบบนี้จะเริ่มมองไม่เห็นแล้วครับ
ถัดมาคือกล้องที่ไม่ต้องการแสงช่วยในการมอง ซึ่งก็คือกล้องอินฟราเรด (Infrared หรือ IR) นั่นเองครับ เหมาะกับบริเวณที่ต้องการมองเห็นภาพในเวลากลางคืน หรือพื้นที่ๆ มีแสงน้อยมากๆ จนถึงมืดสนิท กล้องแบบนี้สังเกตง่ายๆ ครับ จะมีหลอดอินฟราเรดล้อมรอบอยู่หน้าเลนส์ เพราะกล้องต้องอาศัยลำแสงอินฟราเรด (ซึ่งเรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า) เหล่านี้ช่วยในการมองภาพ ถ้ายิ่งมีจำนวนหลอดอินฟราเรดมากหรือหลอดอินฟราเรดมีกำลังสูงก็จะยิ่งมองเห็นภาพได้ไกลมากขึ้นครับ ส่วนค่าการกินแสงของกล้องประเภทนี้มีค่าเป็น 0.0 lux เลยครับ ไม่ง้อแสงไฟช่วย เพราะมีแสงอินฟราเรดเป็นของตัวเองนั่นเองครับ
กล้องอีกแบบคือกล้องเดย์/ไนท์ (Day/Night หรือ D/N) กล้องประเภทนี้เป็นลูกครึ่งครับ คือสามารถดูภาพได้ทั้งที่มีปริมาณแสงมากสม่ำเสมอไปจนปริมาณแสงน้อยมาก กล้อง D/N ต่างจากกล้องอินฟราเรดตรงที่ กล้อง D/N ยังไงก็ยังต้องอาศัยแสงเข้าช่วยครับ ขณะที่กล้องอินฟราเรดไม่ต้องการแสงเลยก็สามารถดูภาพได้ ค่าการกินแสงของกล้องแบบนี้จะต่ำมากครับ เช่น 0.01 lux และถ้ายิ่งต่ำมาก ก็จะยิ่งมองเห็นภาพในที่ที่มีแสงน้อยมากได้ดีขึ้นครับ
True Day/Night (Min.Illumination 0.01 Lux @B/W Mode)
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับกล้อง Day/Night กันก่อนครับ ซึ่งความหมายของกล้อง Day/Night ก็คือ กล้องที่สามารถทำงานได้ดีทั้งกลางวันและกลางคืน แม้มีสภาวะแสงเพียงเล็กน้อย แต่จะไม่สามารถทำงานได้ในพื้นที่ที่มืดสนิท ซึ่งภายในตัวกล้อง Day/Night จะมีแผ่นฟิล์มใสๆ ติดอยู่ด้านหน้า Chip CCD เรียกว่า IR cut filter เพื่อทำหน้าที่ในการกรองแสงให้กับ CCD ทำให้ได้ภาพที่คมชัดและสีสันที่สมจริงแม้ในสภาวะพื้นที่ที่มีแสงค่อนข้างมากในช่วงเวลากลางวัน และจะสามารถเคลื่อนที่ออกจาก CCD ได้ เพื่อเปิดรับแสงที่มีเพียงเล็กน้อยในช่วงเวลากลางคืนทำให้กล้องสามารถทำงานจับภาพในช่วงเวลานั้นได้โดยสามารถสังเกตุได้จากปริมาณแสงต่ำสุด (Min.Illumination 0.01 Lux@B/W Mode)
แบบสุดท้ายคือ กล้องย้อนแสงครับ (wide dynamic) กล้องประเภทนี้จะมีการชดเชยแสงของ CCD ในตัว คือสามารถปรับสภาพแสงของกล้องให้เหมาะกับปริมาณแสงที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ได้ภาพที่มีแสงสม่ำเสมอไม่มืดจนมองไม่เห็นรายละเอียดใดๆ เหมาะสำหรับติดตั้งในบริเวณที่ต้องมองย้อนแสง เช่น มองประตูเข้า-ออก มองทางเข้า-ออกลานจอดรถ เป็นต้น ในบริเวณลักษณะดังกล่าว หากไม่ใช้กล้องประเภทนี้รับรองว่าลงทุนเสียเปล่าครับ เพราะภาพที่จะได้ก็จะเหมือนกับเวลาที่เราถ่ายภาพย้อนแสง คือตัววัตถุที่ต้องการมองจะมืด ขณะที่ภาพด้านนอกที่มีอสงจ้าจะสว่าง ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่เห็นได้ชัดๆ ก็เช่น ร้านทองครับ เวลาเห็นภาพข่าวในทีวี บางรายจะเห็นว่าภาพคนหน้าร้ายที่เดินเข้าประตูมาจะมืดจนมองไม่ออก ดังนั้นการติดตั้งกล้องให้เหมาะกับพื้นที่จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งนะครับ ถึงแม้กล้องบางแบบจะราคาค่อนข้างสูง
แต่ถ้าจำเป็นก็แนะนำว่าควรลงทุน ไม่เช่นนั้นแล้วติดกล้องไปก็ก่อประโยชน์ไม่เต็มที่ ไม่คุ้มค่าที่ลงทุนไปนะ
เสร็จจากกล้อง แล้วก็ต้องมีเลนส์ครับ ควบคู่กันไป เหมือนมีแก้วตา ก็ต้องมีกล่องดวงใจ เลนส์นั้นมีมากมายหลากหลายชนิด ถ้าให้จำคงไม่หมด
เพราะคนใช้ปกติ ๆ นั้น แค่เห็นก็งงแล้ว มันจะเยอะอะไรกันนักหนา
ต่อจากเรื่องกล้อง คลิกต่อไปเลยครับ ไปเรื่อง เลนส์ กันต่อ